วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

♣เจดีย์ทรงปรางค์

     




cr. http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=nontree&month=02-2008&group=19



         พระปรางค์ที่ปรากฎในงานศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ มีพระปรางค์วันระฆังโกสิตารามที่น่าจะเป็นงานซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย รูปแบบศิลปกรรมสำคัญที่สามารถบอกได้คือองค์ปรางค์อ้วนป้อม ไม่สูงเพรียวและบอบบางแบบพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 ลักษณะที่บ่งบอกว่าเป็นงานศิลปะอยุธยาตอนปลาย เช่น การทำชุดฐานสิงห์ 3 ฐานลดหลั่นกันอยู่ในผังเพิ่มุมหรือย่อมุมหลายมุม แต่ละมุมมีขนาดเล็กและเท่ากัน ลักษระนี้ได้ให้อิทธิพลมายังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

         อีกประการหนึ่งคือ ส่วนบนที่เป็นเรือนชั้นที่แสดงความเป็นฐานันดรสูงยังคงทำเป็นชั้นของเสาตั้งและคานทับอย่างชัดเจน และที่สำคัญคือ ลักษระของบรรพแถลงที่ยังคงกรอบแบบอยุธยา ขณะที่ส่วนนี้เมื่อมาถึงสมัยรัชกาลที่ 3 จะทำเป็นใบหรือกลีบขนุน ลักษณะแบนๆ แปะติดลงในแต่ละชั้น

♣เจดีย์ทรงเครื่อง







         เจดีย์ทรงเครื่องจัดอยู่ในกลุ่มเจดีย์เพิ่มุมประเภททรงเครื่อง สันนิษบานว่าเริ่มปรากฎขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางและมีการสร้างจำนวนมากในช่วงอยุธยาตอนปลายซึ่งนี่ทำให้เกิดการสืบทอดต่อลงมายังสมัยรัตนโกสินทร์


         เจดีย์ทรงเครื่องถือเป็นรูปแบบเฉพาะอย่างหนึ่งของเจดีย์ในศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และสามารถกำหนดได้แน่ชัดว่านิยมในรัชกาลที่ 1-3 เท่านั้น แต่เนื่องจากเจดีย์รูปแบบนี้มีรูปแบบและลักษณะที่ใกล้เคียงกันมาก ทำให้บางครั้งไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าเป็นงานที่สร้างขึ้นในสมัยใด ต้องตรวจสอบจากประวัติการก่อสร้างและการบูรณะเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามเท่าที่ประมวลได้จากหลักฐานการสร้างใหม่และการบูรณะครั้งใหญ่ทำให้อาจกล่าวได้ว่าเจดีย์ทรงเครื่องที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 มีประมาณร้อยละ 80-90 ครั้นมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ก็ไม่มีการสร้างเจดีย์รูปแบบนี้แล้ว แต่กลับมาสร้างเจดีย์ทรงระฆังแทน ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเจดีย์ทรงเครื่องเป็นเจดีย์รูปแบบหนึ่งที่เป็นพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวควบคู่กับเจดีย์ทรงปรางค์ที่นิยมสร้างขึ้นพอๆ กัน

         รูปแบบเจดีย์ทรงเครื่อง

         ส่วนฐาน
         ประกอบด้วยชุดฐานสิงห์ 2-3 ฐานโดยทั่วไปหรือแบบมาตรฐานก็จะมี 3 ฐาน ส่วนแบบ 2 ฐานพบในกลุ่มเจดีย์กลุ่มบริวารขนาดเล็กเท่านั้น และตั้งแต่ชุดฐานล่างสุดไปจนถึงองค์ระฆังอยู่ในผังเพิ่มมุมหรือย่อมุมไม้สิบสอง(กลุ่มเจดีย์ขนาดเล็ก) ย่อมุมไม้สิบหก(กลุ่มเจดีย์ขนาดกลาง) และย่อมุมไม้ยี่สิบ(กลุ่มเจดีย์ขนาดใหญ่) มุมทุกมุมมีขนาดเท่ากันลักษณะพิเศษของเจดีย์ทรงเครื่องในสมัยรัตนโกสินทร์คือการทำทุกส่วนอยู่ในผังเพิ่มมุมตั้งแต่ฐานไปจนถึงบัลลังค์

         ส่วนฐานเขียง
         บางองค์จะมีการเพิ่มฐานที่ประดับประติมากรรมแบก(พลแบก) เช่น ยักษ์แบก หรือกระบี่แบกซึ่งพบเป็นส่วนน้อย ส่วนฐานของเจดีย์ทรงเครื่องบางกลุ่มนิยมทำเป็นลานประทักษิณล้อมรอบด้วยก็มี
         เหนือชุดฐานสิงห์ขึ้นไปจะเป็นส่วนสำคัญคือ บัวทรงคลุ่มรองรับองค์ระฆัง ส่วนนี้เองถือเป็นลักษณะเฉพาะของเจดีย์ทรงเครื่อง

         ส่วนกลาง
         เป็นทรงระฆังในผังเพิ่มุมหรือย่อมุมไม้สิบสองหรือไม้ยี่สิบ ส่วนของบัลลังก์ในกลุ่มเจดีย์ทรงเครื่องมีการปรับเปลี่นจากเดิมที่เป็ฯบัลลังก์ในผังสี่เหลี่ยมมาเป็นผังเพิ่มมุม รองรับส่วนยอดที่ทำเป็นบัวทรงคลุ่มเถา

         ส่วนยอด
         เป็นบัวทรงคลุ่มเถา อันถือเป็นลักษณะเฉพาะของเจดีย์กลุ่มนี้โดยพัฒนามาจากปล้องไฉน ต่อยอดด้วยปลีและปลียอด ในสมัยรัตนโกสินทร์นิยมทำยอดเจดีย์ทรงนี้ให้สูงเกรียวขึ้นไปอย่างมาก


วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

♣"เจดีย์ในสมัยรัตนโกสินทร์มีกี่แบบ"





     แต่ละแบบก็จะเรียกได้ว่าฮิตสร้างในสมัยต่างๆ กันไป โดยเจดีย์ทรงปรางค์และเจดีย์ทรงเครื่องจะพบได้ในสมัยรัชกาลที่ 1-3 ซึ่งได้มีการสืบทอดรูปแบบมาจากศิลปะแบบอยุธยาตอนปลายและจะพบมากในสมัยรัชกาลที่ 3
     ส่วนเจดีย์ทรงระฆังนั้นจะพบสร้างขึ้นในวัดช่วงรัชกาลที่ 4 เป็นการย้อนรูปแบบกับไปทำตามเจดีย์ทรงระฆังในสมัยอยุธยาตอนกลาง ซึ่งรัชกาลที่ 4 ได้สถาปนาขึ้นใหม่จนถือได้ว่าเป็นรูปแบบพระราชนิยมในรัชสมัยนั้น
     สุดท้ายเจดีย์เพิ่มมุมไม้สิบสองที่พบได้ไม่มากนัก แต่ก็มีองค์สำคัญคือ เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 4 ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ที่สร้างขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับเจดีย์ทรงเครื่องของรัชกาลก่อนหน้านี้ทั้งสามรัชกาล
     เจดีย์รูปแบบต่างเหล่านี้จะมีลำดับความสำคัญและความนิยมไปจนถึงหมดความนิยมในช่วงเวลาที่ต่างกันออกไป โดยจะอธิบายเพิ่มเติมลักษณะรูปแบบสำคัญ ที่มา คติการสร้าง หน้าที่การใช้งานในเอนทรี่ถัดไป




วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

♣"วรรณกรรม"รัตนโกสิทร์ตอนต้น

           

"วรรณกรรม"รัตนโกสิทร์ตอนต้น


สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องความรุ่งเรืองของวรรณกรรมในสมัยยรัตนโกสิทร์ตอนต้น 

ไปดูเลยค่ะ


             ในสมัยรัตนโกสินทร์ วรรณกรรมสมัยรัชกาลที่ 1-2 และต้นรัชกาลที่ 3 มีพัฒนาการสืบเนื่องมาจากปลายสมัยอยุธยาและสมัยธนบุรี คือ เป็นร้องกรองประเภทโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน มีทั้งนิยาย บทพรรณนา สุภาษิต ส่วนแนวเรื่องจะเกี่ยวกับพุทธประวัติ สุภาษิต บทสดุดี ชาดก ความรัก สงครามกับความรัก สำหรับร้องแก้วมีน้อย


        วรรณกรรมรุ่งเรืองมากในสมัยรัชกาลที่ 2 พระมหากษัตริย์ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งบทละครในเรื่องอิเหนา รามเกียรติ์บางตอน บทละครนอกเรื่องสังข์ทอง ไกรทอง คาวี ไชยเชษฐ์ และมณีพิชัย นอกจากนี้ยังทรงพระราชนิพนธ์ กาพย์เห่เรือ บทพากย์โขนบางตอน และเสภาขุนช้างขุนแผนบางตอน ถือเป็นวรรณกรรมร้อยกรองยอดเยี่ยม กวีอื่นๆ ก็มีนายนรินทร์ธิเบศร์ แต่งนิราชนรินทร์ พระยาตรัง แต่งโคลงนิราศตามเสด็จลำน้ำน้อย โคลงนิราศถลาง โคลงเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 2 กลอนเพลงยาว และเป็นผู้รวบรวมโคลงของกวีโบราณไว้ 25 บท


      กวีคนสำคัญที่ถือกันว่าเป็นกวีของประชาชนในสมัยนี้คือ สุนทรภู่ สร้างสรรค์ผลงานหลายประเภทคือ นิราศ บทละคร เสภา กลอน กาพย์ กลอนสุภาษิต บทเห่

♣พัฒนาการของศิลปะไทย



      พัฒนาการของศิลปะไทย

            ศิลปะเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เพื่อสนองความต้องการทางด้านอารมณ์  จิตใจ  ศิลปะสะท้อนปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม  ผลงานศิลปะในแต่ละสังคม  แต่ละยุค  แต่ละสมัย  จึงสามารถบ่งบอกถึงความเจริญ  ความเสื่อมถอย  ความเชื่อ  ค่านิยม  ความสามารถ และสติปัญญาของมนุษย์ในสังคมนั้นๆ  ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาได้นอกเหนือจากบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษร            

      


              ศิลปะในประเทศไทย  ส่วนใหญ่เป็นศิลปะเกี่ยวกับศาสนา  การแบ่งยุคสมัยของศิลปะจะต้องใช้รูปแบบลักษณะทางศิลปะที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเป็นเกณฑ์ในการแบ่งช่วงสมัย



         

วันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

♣ผู้จัดทำ


แบบเสนอหัวข้อการสร้าง Blog รายวิชา ง31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ผู้เสนอ นางสาวญาณิสา  ภู่ห้อย  ชั้น  ม. 4/10 เลขที่ 8
ชื่อ blog ภาษาไทย   รัตนโกสิทธิ์วันวาน     ชื่อ blog ภาษาอังกฤษ  Thailand chic
ที่อยู่ blog  thailand-chic.blogspot.com
ครูที่ปรึกษา 1.ครูศิวาวุธ  ภาณุพิจารย์
ที่มาและความสำคัญ
เป็นเวลา234ปีแล้วนับแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสถาปนากรุงเทพมหานครขึ้นเป็นนครหลวงแห่งใหม่ถือเป็นการเริ่มต้นยุคสมัยรัตนโกสินทร์ ระยะเวลากว่าสองศตวรรษทำให้เกิดงานศิลปกรรมที่แสดงพัฒนาการของสังคมมากมายเว็บไซต์นี้จึงจะรวบรวมข้อมูลแนวคิดการปรับเปลี่ยนงานช่างศิลปกรรมแต่ละช่วงสมัยซึ่งมีความโดดเด่นต่างกันเอาไว้เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจนัยยะที่ถูกซ่อนไว้ใต้งานศิลปกรรมของช่างในอดีตโดยสื่อผ่านทางภาพวาดการ์ตูนที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจมากขึ้น
วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน
1.สร้างบล็อกรัตนโกสินทร์วันวานขึ้นมาเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศิลปะของรัตนโกสินทร์ตอนต้นและความรู้เกี่ยวกับประเทศไทยในด้านต่างๆ ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ชม
3. เพื่อศึกษาการสร้าง blog และเว็บไซต์
4. เพื่อสำรวจความสนใจในประเทศไทยและศิลปะไทยของทุกคน
ซอฟแวร์ที่ใช้ในการพัฒนา
1.www.bloger.com
2.adobe Photoshop
3.SAI
ขอบเขต
เนื้อหาภายใน Blog จะประกอบไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะของรัตนโกสินทร์ตอนต้นและความรู้เกี่ยวกับประเทศไทยในด้านต่างๆ โดยมีหัวข้อหลักดังนี้
1. ศิลปะในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่งดงาม
2. อาหารเด็ดประเทศไทย
3. เที่ยวไทย is so good
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับศิลปะของรัตนโกสินทร์ตอนต้นและความรู้เกี่ยวกับประเทศไทยในด้านต่างๆ
2.ได้รับความรู้ในการสร้างเว็บ

contact me ----->  yanisa_p@sysp.ac.th 
                        


วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559

♣ตัวละคร



♕พี่รมิต นักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 
ที่จะเป็นผู้ให้ความรู้กับทุกๆครเกี่ยวศิลปะกรุงรัตนโกสินทร์สมัยก่อน
พี่รมิตของแท้ต้องผมตรง ผมสั้น สีน้ำตาล ใส่คัชชู

น้องญาณิส นักเรียนม.ปลาย 
ที่จะเป็นตัวแทนของผู้อ่านทุกคนในการท่องเทียวรัตนโกสินทร์วันวาน
ญาณิสของแท้ต้องตัวอ้วน ผมหยิก มีไฝที่ปาก


ญาณิสา  ภู่ห้อย ม.4/10 เลขที่ 8